Enterprise Architecture

Enterprise Architecture หรือ สถาปัตยกรรมองค์กรนั้น

เป็นโครงสร้างซึ่งรวบรวมทุกสิ่งทุกอย่างในองค์กรเข้าไว้ด้วยกัน เริ่มตั้งแต่กลยุทธ์ทางธุรกิจ แผนผังองค์กร กระบวนการทำงาน ความเสี่ยงในองค์กร ข้อมูลสนับสนุนการทำงาน ระบบซอฟท์แวร์ต่างๆ โครงสร้างพื้นฐานทางด้านไอที และระบบความปลอดภัยภายในองค์กร

Enterprise Architecture เป็นเอกสารที่ช่วยให้เราคิดวิเคราะห์ทำความเข้าใจองค์กรได้ดียิ่งขึ้น เพื่อเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างองค์กรในอนาคต ตามแนวทางกลยุทธ์ขององค์กรที่วางไว้ คือการสร้าง 1 Model เพื่อสื่อสารกับทุกคนในองค์กร มันจะผิดจะถูกอย่างไร ก็ให้มองเป็นภาพเดียวกันทั้งองค์กร หากถูกก็จะสามารถกำหนดรูปแบบการเปลี่ยนแปลงได้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น แต่หากผิดคนในองค์กรก็มีภาพเดียวกันที่จะเห็นถึงปัญหาและวิธีการแก้ไขในทิศทางเดียวกัน

ธุรกิจจะดำรงอยู่ได้จำเป็นต้องมีปัจจัยต่างๆ มาสนับสนุน การที่เราจะทำผลิตภัณฑ์ออกมานั้น จำเป็นต้องมีกระบวนการทำงานเพื่อให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์นั้น และกระบวนการทำงานเหล่านั้นจำเป็นจะต้องอาศัยข้อมูล และระบบซอฟท์แวร์เข้ามาช่วยสนับสนุน ซึ่งข้อมูลและซอฟท์แวร์ต่างๆ ก็จะต้องถูกจัดเก็บไว้บนฮาร์ดแวร์ ที่เชื่อมต่อกันเป็นเน็ตเวิร์ค


ที่มา: S. Aziz et al., Enterprise architecture: the governance framework, whitepaper, September 2005.

การสร้าง Enterprise Architecture ที่ดีนั้นต้องสามารถตอบโจทย์กลยุทธ์ของธุรกิจ โดยทำในรูปแบบ Road Map เพื่อกำหนดทิศทางขององค์กร ก่อนที่จะจดทะเบียนบริษัทจากนั้นเราจะเอาโครงการทั้งหมดมาศึกษาและดูว่าโครงการใดที่จะตอบสนองธุรกิจในอนาคต โดยความร่วมมือของ CEO และ CIO ที่จะต้องร่วมกันกำหนดกลยุทธ์และทิศทางของธุรกิจและ IT ไปในทางเดียวกัน ซึ่งจะช่วยประหยัดต้นทุนในการพัฒนาโครงการโดยการจัดลำดับความสำคัญของโครงการที่จะทำกำไรหรือตอบสนองกลยุทธ์ของธุรกิจจากมากไปหาน้อย

โดยวิธีการนี้จะช่วยลดต้นทุนในการเลือกลงทุนในโครงการที่เหมาะสมได้ ในส่วนสุดท้ายคือการสำรวจ “โครงสร้างทั้งหมดของ IT” ทั้งระบบ (Infrastructure + Software) เพื่อดูว่าระบบในองค์กรมีการทำงานที่ซ้ำซ้อนกันหรือไม่ โดยการทำ Gap Analysis และสุดท้ายก็มาทำโครงสร้าง Architecture ขององค์กรในที่สุด
Enterprise Architecture สามารถแบ่งได้เป็น architecture ย่อยๆ ดังนี้

  1. Business Architecture เพื่อแสดงกลยุทธ์ขององค์กร (Strategy) ที่จะขับเคลื่อนให้บรรลุยังเป้าหมายขององค์กร (Goals)  Business Process และ Workflows ของแต่ละฝ่าย และแผนผังองค์กร (Organization Chart)
  2. Information Architecture อธิบายถึงโครงสร้างข้อมูลขององค์กร การจัดเก็บข้อมูลในเชิง logical and physical การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่าง business processes, stakeholders และระบบต่างๆ
  3. Application Architecture เพื่อแสดงให้เห็นว่าในองค์กรจะต้องมีระบบโปรแกรมหรือระบบไอทีอะไรบ้าง ในการที่จะตอบโจทย์ของธุรกิจต่างๆ การเชื่อมต่อระหว่างการใช้งานระบบต่างๆ
  4. Technology/Infrastructure Architecture เพื่อแสดงโครงสร้าง Hardware  Software หรือแม้กระทั่ง Telecom Network ในองค์กร


ที่มา: S. Aziz et al., Enterprise architecture: the governance framework, whitepaper, September 2005.

แผน EA นอกจากจะช่วยให้เราได้ผังหลักๆ 4 ด้านนี้แล้ว เราอาจจะเห็นผังย่อยๆ ในเรื่องต่างๆดังแสดงในรูป

Enterprise Architecture แบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลักๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วการแบ่ง Enterprise Architecture ออกเป็นองค์ประกอบย่อยๆ นั้น ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละองค์กร บางองค์กรอาจจะเห็นว่า ความมั่นคงปลอดภัยเป็นสาระสำคัญขององค์กรเช่น หน่วยงานทหาร หรือธุรกิจธนาคาร ก็อาจจะมี Security architecture เพิ่มเติมขึ้นมา หรือในปัจจุบันมีการพูดถึงแนวความคิดด้าน SOA หรือ Service Oriented Architecture กันอย่างกว้างขวาง ดังนั้นองค์กรที่ต้องการจะมุ่งไปสู่แนวความคิดนี้จึงขาดเสียมิได้ที่จำเป็นจะต้องมี Service Architecture จึงมิได้มีข้อกำหนดตายตัวแน่นอนว่า Enterprise Architecture จำเป็นจะต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละองค์กร

อ้างอิง

  1. http://softwareparkthailand.wordpress.com/2011/04/20/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2-introduction-to-enterprise-architecture/
  2. http://www.netizen.co.th/index.php?option=com_content&view=article&id=25&Itemid=38
  3. http://www.eg.mahidol.ac.th/dept/egea/?page_id=47
บทความจาก https://www.etda.or.th/content/916.html
Article By :